ถังแชมเปญ ถังเก็บน้ำหอถังสูง
รับผลิตถังแชมเปญ (Champaign Tank): นวัตกรรมหอถังสูงเพื่อการจัดการน้ำด้วยแรงดันธรรมชาติ
"ในยุคที่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีความสำคัญระดับสูงสุด 'ถังแชมเปญ' หรือหอถังสูงทรงแชมเปญไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงสร้างเหล็กที่โดดเด่นสะดุดตาในพื้นที่เท่านั้น แต่คือโซลูชันอัจฉริยะที่ใช้หลักการทางวิศวกรรมร่วมกับพลังงานสะอาดจากแรงโน้มถ่วง (Gravity) เพื่อส่งมอบน้ำสะอาดไปยังทุกครัวเรือน
Segawater เข้าใจถึงหัวใจของการสำรองน้ำและการกระจายน้ำที่มีประสิทธิภาพ เราจึงออกแบบและติดตั้งหอถังสูงที่เน้นความทนทาน มาตรฐานความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการจ่ายน้ำสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นชุมชนที่ห่างไกล โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือพื้นที่โครงการรัฐ จะมีน้ำใช้ด้วยแรงดันที่สม่ำเสมอและประหยัดต้นทุนพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน"
ทำไมต้องเลือกใช้ถังเก็บน้ำทรงแชมเปญ?
-
แรงดันน้ำคงที่: ใช้ความสูงในการสร้างแรงดัน ($Static Head$) ทำให้น้ำไหลแรงทุกจุดแม้ในเวลาที่ใช้งานพร้อมกัน
-
ประหยัดพลังงาน: ลดการทำงานของปั๊มน้ำขนาดใหญ่ ช่วยยืดอายุการใช้งานปั๊ม
-
สำรองน้ำได้ปริมาณมาก: มีขนาดความจุให้เลือกหลากหลายตามความต้องการใช้งาน
-
ความทนทาน: โครงสร้างเหล็กเคลือบสีกันสนิมพิเศษ อายุการใช้งานยาวนานกว่า 20 ปี
ตารางขนาดและความสูงมาตรฐานที่นิยมใช้
เรามีขนาดถังแชมเปญมาตรฐานที่ผ่านการคำนวณจากวิศวกรโครงสร้าง ดังนี้:หรือต้องการขนาดความจุเท่าไหร่เราสามารถบริการตามความต้องการได้
| ขนาดความจุ (ลบ.ม.) | ความสูงมาตรฐาน (เมตร) | เหมาะสำหรับ |
| 10 M3 |
15 / 20 | หอพัก, ไร่สวน, โรงงานขนาดเล็ก |
| 20 M3 | 20 / 25 / 30 | หมู่บ้านจัดสรร 100-200 หลังคาเรือน |
| 30 M3 |
25 / 30 | ชุมชนขนาดใหญ่, เทศบาล, นิคมอุตสาหกรรม |
| 50 M3 |
30 ขึ้นไป | โครงการรัฐ, ระบบประปาภูมิภาค |
สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนติดตั้ง
จากการติดตั้งมาหลายร้อยแห่ง สิ่งที่เจ้าของโครงการมักมองข้ามคือ "การสำรวจชั้นดิน" ถังแชมเปญมีความสูงและน้ำหนักมหาศาลเมื่อเติมน้ำเต็มความจุ ดังนั้น:
-
งานฐานรากคือหัวใจ: หากดินนิ่มต้องใช้เข็มตอกหรือเข็มเจาะลึกถึงชั้นดินดาน เพื่อป้องกันถังเอียงในอนาคต
-
ระบบ Grounding: หอถังสูงคือเป้าหมายของฟ้าผ่า การติดตั้งระบบสายดินที่ได้มาตรฐานจึงสำคัญต่อความปลอดภัย
-
การเลือกทำเล: ควรวางในจุดที่สูงที่สุดของพื้นที่เพื่อให้กระจายน้ำได้ประสิทธิภาพสูงสุด
มั่นใจในบริการของเรา
-
ทีมวิศวกรควบคุมงาน: ออกแบบและคำนวณโครงสร้างตามหลักวิศวกรรมสถาน
-
วัสดุมาตรฐาน มอก.: เลือกใช้เหล็กคุณภาพสูง ความหนาเต็มสเปค
-
บริการครบวงจร: ตั้งแต่สำรวจหน้างาน ออกแบบฐานราก จนถึงติดตั้งเสร็จสมบูรณ์
-
รับประกันผลงาน: มีการรับประกันโครงสร้างและการรั่วซึม ชัดเจนในสัญญา
ศิลปะแห่งวิศวกรรม: สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับทุกทัศนียภาพ
ถังแชมเปญจาก Segawater ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานเท่านั้น แต่ยังถูกสร้างให้เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เสริมสง่าราศีให้กับทุกพื้นที่ที่ติดตั้ง
"Beyond Boundaries: ส่งต่อหยาดน้ำใส สู่ทุกพื้นที่ที่เข้าถึงยาก"
"หยาดน้ำแห่งความหวัง: พลิกฟื้นผืนดินชนบทให้ยั่งยืน"
มุ่งเน้นการมอบพลังและความมั่งคั่งให้ชุมชนผ่านสายน้ำ
"แรงดันน้ำคงที่ ขับเคลื่อนการผลิตไม่สะดุด มาตรฐานวิศวกรรมสากล"
ศิลปะการจัดการบริการจัดการน้ำของชนชาติโบราณ
สรุปรายละเอียดการค้นพบ "ระบบระบายน้ำและจัดการน้ำโบราณ" ในแหล่งโบราณคดีโจวหยวน มณฑลส่านซี ประเทศจีน มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:
1. สถานที่และยุคสมัย
-
สถานที่: แหล่งโบราณคดีโจวหยวน (Zhouyuan) เมืองเป่าจี มณฑลส่านซี
-
ความสำคัญ: เชื่อว่าเป็นซากเมืองโบราณที่ ใหญ่ที่สุด ในสมัย ราชวงศ์โจวตะวันตก (ประมาณ 1,046 - 771 ปีก่อนคริสต์ศักราช) หรือเก่าแก่กว่า 3,000 ปี
2. สิ่งที่ค้นพบ (องค์ประกอบของระบบน้ำ)
-
บ่อน้ำขนาดมหึมา: พบซากบ่อน้ำทั้งหมด 4 แห่ง โดยแห่งที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ถึง 32,000 ตารางเมตร
-
คูน้ำเชื่อมต่อ: พบคูน้ำมากกว่า 40 จุด โดยมีคูน้ำหลักทางทิศตะวันออกยาว 1,700 เมตร และทิศใต้ยาว 1,500 เมตร
-
เครือข่ายทางน้ำ: เป็นการผสมผสานระหว่างระบบน้ำธรรมชาติและระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น (ระบบน้ำเทียม, อ่างเก็บน้ำ, ลำคลอง)
3. นัยสำคัญทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญา
-
การจัดการที่เป็นระบบ: นักโบราณคดีเชื่อว่าในสมัยนั้นมี "หน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง" ทำหน้าที่ดูแลระบบระบายน้ำนี้โดยเฉพาะ สะท้อนถึงการบริหารจัดการเมืองที่ก้าวหน้ามาก
-
ภูมิปัญญาการกักเก็บและระบาย: ระบบนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อระบายน้ำทิ้ง แต่เป็นการวางเครือข่ายเพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำและป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองโบราณ
4. การเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ (ถังแชมเปญ)
-
คำว่า "ถังแชมเปญ" ในบริบทนี้มักถูกใช้เปรียบเทียบถึง หอถังสูงกักเก็บน้ำ ในปัจจุบันที่ใช้แรงดันน้ำในการแจกจ่าย แต่ในเชิงโบราณคดี การพบ "บ่อน้ำและอ่างเก็บน้ำ" ขนาดใหญ่แบบนี้ ก็เปรียบเสมือนจุดรวมน้ำศูนย์กลางที่เป็นต้นทางในการกระจายน้ำไปยังส่วนต่างๆ ของเมืองผ่านคูคลองนั่นเอง
สรุปสั้นๆ: นี่คือการค้นพบเครือข่ายชลประทานเมืองโบราณที่ซับซ้อนและมีขนาดใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวจีนยุค 3,000 ปีก่อน มีความรู้เรื่องวิศวกรรมน้ำในระดับที่น่าทึ่งครับ
.jpg)
"ระบบการจัดการน้ำและชลประทานของกรีกโบราณ"
หัวใจสำคัญของวิศวกรรมน้ำกรีกโบราณ
ชาวกรีกโบราณเปลี่ยนอุปสรรคทางธรรมชาติให้เป็นฐานรากแห่งอารยธรรม ผ่าน 3 กลไกหลัก:
-
การระบายน้ำและการเปลี่ยนทางน้ำ (Drainage & Diversion): ความสำเร็จสูงสุดคือการระบายน้ำออกจาก ทะเลสาบโคปาอิส ผ่านระบบคลองและเขื่อนขนาดยักษ์ในยุคไมซีเนียน เพื่อเปลี่ยนหนองน้ำให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมอุดมสมบูรณ์
-
การส่งน้ำทางไกล (Aqueducts & Tunnels): มีการใช้เรขาคณิตขั้นสูงขุด อุโมงค์ยูพาลินอส ทะลุภูเขาเพื่อส่งน้ำสะอาดเข้าสู่เมืองซามอสอย่างปลอดภัยจากการโจมตีของศัตรู
-
นวัตกรรมจัดเก็บและยกน้ำ: ใช้ อ่างเก็บน้ำ (Cisterns) กักเก็บน้ำฝน และใช้ เครื่องยกน้ำ (Water Lifting Devices) เช่น หม้อโซ่ เพื่อดึงน้ำจากบ่อมาใช้ในพื้นที่แห้งแล้ง
ระบบบำบัดน้ำ: การตกตะกอนและการกรองทราย
เพื่อให้ได้น้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค ชาวกรีกได้คิดค้นระบบบำบัดน้ำแบบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ:
-
ถังตกตะกอน (Settling Tanks / Sedimentation):
-
หลักการ: น้ำจากท่อส่งน้ำจะไหลเข้าสู่ถังพักขนาดใหญ่ที่มีความกว้างกว่าท่อปกติตรงจุดเชื่อมต่อ
-
การทำงาน: เมื่อน้ำไหลช้าลงในถังพัก สิ่งสกปรก หนัก และตะกอนดินจะตกลงสู่ก้นถังตามแรงโน้มถ่วง ทำให้น้ำที่ไหลออกจากส่วนบนของถังมีความใสสะอาดขึ้น
-
-
ระบบกรองทราย (Sand Filtration):
-
หลักการ: การเลียนแบบการกรองน้ำตามธรรมชาติผ่านชั้นดิน
-
การทำงาน: น้ำจะไหลผ่านชั้นทรายและกรวดที่บรรจุไว้ในอ่างหรือท่อขนาดใหญ่ ทรายจะทำหน้าที่ดักจับอนุบาลขนาดเล็กและสิ่งเจือปนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ก่อนจะปล่อยน้ำสะอาดไปสู่ก๊อกน้ำสาธารณะหรือน้ำพุในเมือง
-
-
แผนผังระบบจัดการน้ำและลิฟต์ไฮดรอลิกอียิปต์โบราณ
รายละเอียดองค์ประกอบในแผนผัง:
1. เขื่อนกักเก็บน้ำ (The Dam - Gisr el-Mudir):
ตำแหน่ง: ตั้งอยู่ปาก "วาดิ" (Wadi) หรือลำธารแห้งในทะเลทราย
หน้าที่: ดักจับน้ำท่วมฉับพลัน (Flash Floods) จากฝนที่ตกตามฤดูกาล ไม่ให้ไหลทิ้งไปเปล่าๆ และป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ก่อสร้าง
ความสำคัญ: เป็นแหล่งพลังงานและน้ำต้นทุนที่ใหญ่ที่สุด (บรรจุน้ำได้มหาศาลเทียบเท่าสระโอลิมปิก 175 สระ)
2. อ่างตกตะกอน (Settling Basins / Water Treatment):
กระบวนการ: น้ำที่หลากมาพร้อมดินโคลนจะถูกกักไว้ในอ่างแรกๆ เพื่อให้ตะกอนตกลงก้นอ่าง
ผลลัพธ์: ได้น้ำที่สะอาดเพียงพอที่จะไม่ทำให้ระบบท่อหรือวาล์วอุดตัน และนำน้ำใสไปใช้ในกระบวนการถัดไป
3. ระบบท่อและช่องส่งน้ำ (Conduits & Channels):
กลไก: ใช้ความลาดชันตามธรรมชาติของพื้นที่ร่วมกับการขุดร่องหิน เพื่อลำเลียงน้ำจากเขื่อนเข้าสู่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างพีระมิด
4. เพลาไฮดรอลิก (The Hydraulic Lift Shafts):
โครงสร้าง: เป็นปล่องแนวตั้งที่เจาะลงไปในพื้นหินใต้พีระมิด
หลักการทำงาน:
นำบล็อกหินวางบนทุ่นลอยภายในปล่อง
ปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำให้ไหลเข้าสู่ปล่องจากด้านล่าง
แรงดันน้ำ (Hydrostatic Pressure) จะดันให้ทุ่นและบล็อกหินลอยสูงขึ้นตามระดับน้ำ
เมื่อถึงชั้นที่ต้องการ คนงานจะเคลื่อนย้ายหินออก และปล่อยน้ำออกเพื่อรับหินก้อนถัดไป
5. การใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง (End-use):
เกษตรกรรม: น้ำที่ใช้จากการก่อสร้างแล้วจะถูกระบายออกไปยังพื้นที่รอบๆ เพื่อการชลประทาน
อุปโภค: เป็นน้ำประปาสำหรับชุมชนคนงานก่อสร้างหลายพันคนในทะเลทราย
สรุปนวัตกรรมที่พบ
รายละเอียดโครงสร้างระบบชลศาสตร์แบบครบวงจร (Sakkara Hydraulic System)
1. ระบบดักจับและกักเก็บ (The Dam: Gisr el-Mudir)
นี่คือจุดเริ่มต้นของระบบ เป็นด่านแรกที่รับมือกับธรรมชาติ
โครงสร้าง: เป็นเขื่อนหินขนาดใหญ่ (Check Dam) ยาวประมาณ 400 เมตร (เกือบ 1 ใน 4 ไมล์)
การออกแบบ: ใช้กำแพงหินคู่ขนานแล้วเติมตรงกลางด้วยหินคลุกและทราย เพื่อความแข็งแรงในการรับแรงดันน้ำ
ฟังก์ชัน: ดักน้ำจาก "วาดิ" (Wadi) หรือร่องน้ำแห้งที่จะมีน้ำไหลเชี่ยวเฉพาะเวลาฝนตกหนักในทะเลทราย น้ำจะถูกกักไว้ที่นี่แทนที่จะไหลบ่าทำลายสิ่งก่อสร้าง
2. ระบบบำบัดและกรองน้ำ (Sedimentation & Purification)
น้ำในทะเลทรายที่หลากมาจะเต็มไปด้วยทรายและตะกอน ชาวอียิปต์จึงสร้างระบบ "อ่างตกตะกอน"
อ่างพักน้ำ: น้ำจะถูกส่งผ่านอ่างหลายระดับ (Cascading Basins)
กลไก: เมื่อน้ำอยู่นิ่ง ตะกอนหนักจะตกลงก้นอ่าง น้ำที่ล้นไปยังอ่างถัดไปจะสะอาดขึ้นเรื่อย ๆ
ประโยชน์: น้ำที่สะอาดจะช่วยลดการสึกหรอของช่องส่งน้ำ และป้องกันไม่ให้ดินโคลนไปสะสมในเพลาไฮดรอลิกจนระบบขัดข้อง
3. ระบบเครือข่ายส่งน้ำใต้ดิน (The Deep Trench & Underground Conduits)
รอบพีระมิดขั้นบันไดของโจเซอร์ มีคูน้ำลึก (Deep Trench) ขนาดมหึมาล้อมรอบ
คูน้ำลึก (The Dry Moat): ยาวรวม 4.5 กิโลเมตร กว้าง 40 เมตร เป็นเสมือน "ถังพักน้ำ" (Header Tank) ขนาดใหญ่
อุโมงค์เชื่อมต่อ: มีการขุดอุโมงค์หินเพื่อส่งน้ำจากคูน้ำเข้าไปยังใต้ฐานพีระมิดโดยตรง
4. กลไกลิฟต์ไฮดรอลิก (The Hydraulic Lift System)
นี่คือส่วนที่ "ว้าว"ที่สุดของทฤษฎีใหม่นี้ ซึ่งอธิบายการยกหินหนักหลายตัน
เพลาแนวตั้ง (Vertical Shafts): ใต้พีระมิดมีปล่องหินลึก ระบบจะใช้เพลาคู่ (Twin Shafts) เพื่อสลับกันใช้งาน
กลไกการยก:
การวางหิน: บล็อกหินถูกวางบนแพไม้หรือทุ่นที่ลอยอยู่ก้นปล่อง
การจ่ายน้ำ: เปิดประตูน้ำให้น้ำจากระบบกักเก็บไหลเข้าสู่ปล่อง
แรงดันยกตัว: ตามกฎของของไหล เมื่อระดับน้ำสูงขึ้น ทุ่นจะยกบล็อกหินขึ้นสู่ด้านบนโดยอัตโนมัติ
การขนถ่าย: เมื่อหินถึงระดับชั้นที่กำลังก่อสร้าง คนงานจะดึงหินออกไปวาง
การระบายน้ำ: ปิดทางเข้าและเปิดทางระบายน้ำออก เพื่อให้ทุ่นลดระดับลงมารับหินก้อนถัดไป
5. ระบบระบายน้ำและชลประทาน (Drainage & Irrigation)
เมื่อน้ำถูกใช้ในการยกหินเสร็จแล้ว จะไม่ถูกทิ้งเปล่า
ทางระบายน้ำ: น้ำจะถูกปล่อยออกจากพีระมิดผ่านระบบท่อระบายไปยังพื้นที่เกษตรกรรมรอบ ๆ
การหมุนเวียน: เป็นการจัดการทรัพยากรแบบ Circular Economy คือใช้ทั้งในเชิงวิศวกรรม (ก่อสร้าง) และเชิงเกษตรกรรม (ประปา/เพาะปลูก)
ตารางสรุปข้อมูลทางเทคนิค
| ส่วนประกอบ | วัสดุ/ลักษณะ | หน้าที่หลัก |
| เขื่อน (Gisr el-Mudir) | หินปูนและหินคลุก | กักเก็บน้ำฝนจากวาดิ (14 ล้าน ลบ.ฟุต) |
| อ่างตกตะกอน | หินแกะสลัก/แอ่งธรรมชาติ | ทำน้ำให้ใส ลดตะกอนทราย |
| คูน้ำลึก (Dry Moat) | ขุดเจาะลงในชั้นหิน | เก็บสำรองน้ำและป้องกันเขตศักดิ์สิทธิ์ |
| เพลา (Shafts) | ปล่องหินแนวตั้งใต้พีระมิด | เป็นลิฟต์ส่งหินขึ้นสู่ที่สูง |
| แรงขับเคลื่อน | พลังงานศักย์จากน้ำ (Hydrostatic) | แทนที่แรงงานคนในการยกหินหนัก |
สรุปรายละเอียดตามที่คุณเขียนไว้ (Thai with English translation):
ขุดหลุมบ่อขนาดใหญ่เป็นแอ่งใหญ่มาก Excavation of a massive basin: The process begins by digging an enormous reservoir to collect and store large volumes of water.
ใต้แอ่งนั้นจะมีบ่อน้ำสำหรับลำเลียงหิน Underground water channels for stone transport: Beneath the basin, there are water-filled shafts and tunnels designed to transport and lift heavy stone blocks.
เริ่มจากชั้นที่ 1 พอทำเสร็จก็จะใช้ทรายกลบชั้นที่ 1 และปล่อยน้ำเข้าชั้นที่ 2 พอทำเสร็จก็จะกลบน้ำด้วยทรายชั้นที่ 2 ทำแบบนี้ไปจนถึงชั้นที่ 6 Sequential layer construction: Starting from Level 1, once completed, it is covered with sand. Water is then released to build Level 2. This cycle of sand filling and raising water levels repeats until reaching the 6th level.
หลักการคือเราใช้น้ำช่วยพยุงหินเพื่อลดน้ำหนักของหิน ส่วนบ่อที่มีน้ำช่วยพยุงหินจะกว้างลึกเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการคำนวณ และที่รองหินนั้นอาจจะเป็นแพ รวมถึงการใส่เกลือท้องถิ่น ทำให้ลดภาระน้ำหนักหินได้ Buoyancy principle: Water is used to support the stones, reducing their effective weight. The pond's dimensions are calculated specifically for buoyancy. Stones may be placed on rafts, and local salt is added to the water to increase density and further reduce the weight load.
เมื่อทำเสร็จแล้วก็ปรับระดับ ปรับภูมิทัศน์ให้เรียบร้อย Final adjustment and landscaping: Once construction is complete, the area is leveled, and the surrounding landscape is meticulously finalized.

-
รายละเอียดแบบฐานรากถังแชมเปญ (Foundation Specifications)
งานฐานรากของถังแชมเปญจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามสภาพดินในพื้นที่ติดตั้ง:
1. แบบฐานรากแผ่ (Spread Footing)
-
เหมาะสำหรับ: พื้นที่ดินแข็ง เช่น ภาคเหนือ หรือพื้นที่ที่เป็นชั้นหิน
-
ลักษณะ: เป็นฐานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ที่แผ่กว้างออกไปเพื่อกระจายน้ำหนักลงสู่ดินโดยตรง
-
ข้อควรระวัง: ต้องมั่นใจว่าดินมีความสามารถในการรับน้ำหนัก ($Bearing Capacity$) ตามที่วิศวกรกำหนด
2. แบบฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) - นิยมที่สุด
-
เหมาะสำหรับ: พื้นที่ดินนิ่ม เช่น กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง หรือพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ
-
การเลือกใช้เสาเข็ม:
-
เสาเข็มตอก (Driven Pile): ประหยัด แข็งแรง แต่มีแรงสั่นสะเทือนสูง (ไม่เหมาะใกล้บ้านคน)
-
เสาเข็มเจาะ (Bored Pile): ราคาสูงกว่า แต่ลดผลกระทบต่ออาคารข้างเคียง
-
สเปคมาตรฐานสำหรับฐานราก (อ้างอิงขนาด 20 คิว)
รายการ รายละเอียดมาตรฐาน ขนาดฐานราก (Footing Size) ประมาณ 4.00 x 4.00 เมตร ขึ้นไป ความหนาคอนกรีต ไม่ต่ำกว่า 1.00 - 1.20 เมตร กำลังอัดคอนกรีต (f'c) ไม่น้อยกว่า 240 - 280(Cylinder) เหล็กเสริม (Reinforcement) เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar) มาตรฐาน SD40 จำนวน J-Bolt 8 - 12 ตัว (ขึ้นอยู่กับขนาดเสาและการคำนวณแรงลม)
️ อุปกรณ์สำคัญ: J-Bolt และ Template (หัวใจของการติดตั้ง)
ในบทความคุณควรอธิบายว่า "เราไม่ได้วางถังเฉยๆ แต่เราล็อคด้วยระบบ J-Bolt":
-
J-Bolt (Anchor Bolt): ต้องเป็นเหล็กเกรดสูง (เช่น SS400) ขนาด 25 - 36 มม. ความยาว 1,000 - 1,500 มม. ปลายดัดงอเป็นรูปตัว J เพื่อฝังในเนื้อคอนกรีต
-
Template (แบบเหล็กประคอง): เป็นแผ่นเหล็กวงกลมที่เจาะรูเท่ากับจำนวนน็อตของฐานถัง ใช้สำหรับล็อคหัว J-Bolt ทุกตัวให้ตั้งฉากและอยู่ในตำแหน่งที่แม่นยำ 100% ขณะเทปูน
⚠️ คำเตือนจากประสบการณ์: หากไม่ใช้ Template ล็อค J-Bolt ตอนเทปูน น็อตอาจจะเบี้ยวหรือเอียง ทำให้ตอนยกถังแชมเปญหนักหลายตันลงไปติดตั้ง "จะสวมน็อตไม่ได้" ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ช่างมือใหม่มักเจอ
ขั้นตอนการทำฐานราก (สำหรับเขียนประกอบรูปภาพ)
-
ขุดดินและลงเข็ม: ตามจำนวนและตำแหน่งที่วิศวกรกำหนด
-
ตัดหัวเข็มและทำ Lean: เทคอนกรีตหยาบเพื่อปรับระดับพื้นผิว
-
ผูกเหล็กเสริม: เสริมเหล็กตะแกรงทั้งบนและล่าง (Top & Bottom) เพื่อรับแรงดัด
-
ติดตั้ง J-Bolt: วางชุด J-Bolt ที่ประกอบเข้ากับ Template ลงในตำแหน่งศูนย์กลางฐานราก ตรวจสอบระดับด้วยกล้องเซอร์เวย์
-
เทคอนกรีต: เทต่อเนื่องห้ามมีรอยต่อ (Cold Joint) และใช้เครื่องสั่นคอนกรีตเพื่อป้องกันโพรงอากาศ
-
การบ่ม (Curing): รดน้ำบ่มคอนกรีตเพื่อให้ได้ค่าความแข็งแรงตามมาตรฐานก่อนเริ่มยกถังขึ้นตั้ง
"เรามีบริการออกแบบและเซ็นแบบฐานรากโดยวิศวกรโยธา (สย.)" เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะกังวลเรื่องถังล้มหรือฐานรากทรุด การที่เราเสนอตัวดูแลส่วนนี้จะช่วยปิดการขายได้ง่ายกว่าเจ้าที่ขายแต่ตัวถังอย่างเดียวครับ
-



